วันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561


งานชิ้นที่ 4 (แฟ้มสะสมงาน)



ให้นักศึกษาสะสมงานที่ทำแต่ละสัปดาห์ โดยแจ้ง
1. เนื้อหา/กิจกรรม ที่ทำในสัปดาห์นั้น ๆ
2. ทักษะที่ได้/ความรู้ที่ได้
3. ภาพ/วิดีโอประกอบ
4. สรุป เสนอแนะ
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560
    เรียนวันแรก อาจารย์ให้ลองหัด ออกเสียงภาษาอังกฤษ คนละ 1 คำ และ บอกงานแบบคร่าวๆ ว่าเทอมนี้ต้องทำอะไรบ้าง และบอกกดกติกา ในการเข้าห้องเรียน และ การขาด ลา มาสาย ว่าต้องทำอย่าไร หรือจะโดนตัดกี่คะแนน และอาจารย์ก็ให้จับกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน แล้วก็เลือกนิทานที่อาจารย์กำหนดมาให้และ ให้ร้องเพลง A-Z  และหาคำศัพท์สำหรับเด็ก A-Z และให้นำไปสอนเพื่อนอาทิตย์ต่อมา
      ความรู้้ที่ได้ คือ ได้ออกเสียง A-Z ที่ถูกต้อง และได้รู้คำศัพท์ ที่มีตัว A-Z เพิ่มมากขึ้น

ภาพ คำศัพท์ A-Z


                                                ภาพขณะช่วยกันหาคำศัพท์h

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560

     อาจารย์ ให้สอนออกเรียง A-Z อีกครั้ง และสอนวิธีการพูดนำเข้าก่อนสู่บทเรียน และแนะนำการจบตอนสุดท้ายควรจะจบอย่างไร และอาจารย์ให้แต่ละกลุ่ม ลองออกไปสอยเพื่อนๆในห้อง  และอาจารย์ให้แต่ละกลุ่มลองสะกดชื่อตัวเองแล้วใส สัญลักณ์ IPA และสัทอักษรสากล แล้วให้เลือกคำศัพท์อย่างอื่น มาอีกกลุ่มละ5 คำ
 คาวมรู้ที่ได้ในวันนี้ คือได้รู้จักกาออกเสียงที่ถูกต้องและได้รู้ว่าการที่เราจะนำเข้าสู่บทเรียนควรจะขึ้นต้นแบบไหน และตอนจบการสอนควรจบแบบไหน

ภาพ ชื่อ และ คำศัพท์


วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560

       อาจารย์แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน ให้กระดาษกลุ่มละ 3 แผ่น แผ่นที่ 1 ให้หาคำศัพท์ แผ่นที่ 2 ให้ เขียนคำอ่าน แผ่นที่ 3 ให้ ทำนวัตกรรม จากกระดาษ 1 แผ่น และอาจารย์สอนสะกดคำ
       ความรู้ที่ได้ในวันนี้ คือได้รู้จักการสะกดคำ ที่ไ่เคยสะกดมาก่อนเป็นครั้งแรกที่ได้สะกด ถึงจะยากไปบ้่งแต่ก็สนุกดีค่ะ
ภาพขณะทำงาน


งานที่ช่วยกันทำ


วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560
อาจารย์ให้ลองสอนเพื่อนหน้าห้อง


วันที่ 4 ธันวาคม 2560
     อาจารย์ให้เอาหนังสือที่เลือกมาและอาจารย์ให้แต่ละกลุ่มเลือกหัวข้อชึ้งได้หัวข้อดังนี้ days and months VERBS และ number



















วันที่ 18 ธันวาคม 2560
อาจารย์ทำ mapping เกี่ยวกับบทที่ 1



วันที่ 25 ธันวาคม 2560
อาจารย์ให้แต่ประโยค
ประโยค
1. เรื่อง + คำกริยา
2. เรื่อง + คำกริยา + อ็อบเจ็ก
3. เรื่อง + ลิงก์คำกริยา + adjective
4. เรื่อง + ลิงก์ verb+ noun / สรรพนาม
5. หัวข้อ + verb+ อ็อบเจ็กต์ทางอ้อม + วัตถุโดยตรง                                                                                                      

       8 มกราคม 2561
 Affirmative 
I can go. 
She wants to go


*Negative
I cannot go. 
She does not want to go

*Question
Can I go?
Does she want to go?

+Wh- questiona

What
When
Where 
Why
Who
How


# Affirmative 
Cat will go. 

He wants to go the mall. 
They are going to the mall. 
# Negative
 Cat won't go to. 
He does not want to go the mall. 
They are not going to the mall.

 # Question Will cat go? 
Does he want to go the mall?

 Are they going to the mall?


15 มกราคม 2561
# Affirmative 
Cat would go. 
He wanted to go the mall. 

They were going to the mall.
# Negative
Cat would not go to. 
He did not want to go the mall. 
They were not going to the mall.
# Question 
Would cat go? 
Did he want to go the mall? 
Were they going to the mall? 

22 มกราคม 2561 นำเสนองาน 















วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

งานชิ้นที่ 3

งานชิ้นที่ 3


งานในเนื้อหานี้ ให้นักศึกษาค้นคว้า เกี่ยวกับ
1. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กปฐมวัย
2. เทคนิคในการจัดกิจกรรมโดยใช้ภาษาอังกฤษให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กปฐมวัย

1. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กปฐมวัย

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กปฐมวัย

        ในยุคที่ภาษาอังกฤษได้เข้ามามีบทบาท กับการดำเนินชีวิตของคนไทยมากขึ้น เชื่อว่า พ่อแม่ทุกๆ คน อยากให้ลูกใช้ภาษาอังกฤษได้เป็น และใช้ได้ดี แต่การจะพัฒนาทักษะทางภาษาให้ลูกอย่างได้ผลนั้น หลายๆ ท่านอาจมีคำถามว่า แล้วจะให้ลูกเริ่มเรียนเมื่อไรถึงจะใช้ได้ดี และใช้ได้เป็น วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ จากสถาบันสอนภาษาพิงกุมาฝากเป็นแนวทางให้คุณพ่อคุณแม่ได้อ่านกัน
              “เด็กวัยนี้เรียนรู้ด้วยวิธี การซึมซับจากตัวแบบ ดังนั้น ถ้าครูพูดภาษาอังกฤษกับเด็กในชั้นเรียนสม่ำเสมอ หรือคุณพ่อคุณแม่พูดภาษาอังกฤษที่บ้านเป็นประจำ เด็กก็จะเรียนรู้และมีทักษะภาษาอังกฤษที่ดีได้ไม่ยาก”
               สำหรับปัจจัยที่สำคัญในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กปฐมวัยท่านนี้ บอกว่า เด็กต้องสนุกกับการเรียน เช่น คุณครูใช้สื่อการสอนหลากหลายชนิด จัดรูปแบบกิจกรรมให้เด็กมีทางเลือก และพัฒนาความฉลาดที่หลากหลายตามแนวคิดของทฤษฎีพหุปัญญา เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับสื่อการสอน กับครู กับเพื่อนๆ ในชั้นเรียนตลอดเวลา ไม่มีการท่องศัพท์ ไม่มีความเครียด มีแต่ความสนุกสนาน
       “
ทฤษฎีพหุปัญญา คือ ทฤษฎีทางปัญญา ที่เชื่อว่า คนเราแต่ละคนมีความสามารถทางปัญญาหลากหลาย มีทั้งหมด 8 ด้าน คือ ด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย ด้านภาษา ด้านการใช้เหตุผลเชิงตรรกะ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ด้านการรู้จักตนเอง ด้านดนตรี ด้านมิติสัมพันธ์ ด้านการเข้าใจธรรมชาติ ซึ่งครูสามารถนำแนวคิดไปประยุกต์เพื่อจัดกิจกรรมให้เด็กพัฒนาปัญญาได้หลาย ด้าน
 “เนื่องจากเรากำลังจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน พ่อแม่ผู้ปกครองควรเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษตามวัยที่เหมาะสม และตามศักยภาพของเด็กแต่ละคน แต่ไม่ควรคาดหวังการเรียนรู้ของเด็กสูงเกินไป เพียงแต่ให้เด็กได้ทำความรู้จักกับภาษา เกิดความชอบ ความคุ้นเคย เรียนอย่างสนุกสนาน และอยากไปโรงเรียน เท่านี้ก็เพียงพอสำหรับเด็กปฐมวัยแล้ว”
บทเรียนสำหรับเด็กอนุบาล
§  ทดสอบการจดจำพยัญชนะภาษาอังกฤษ ตัวพิมพ์ใหญ่
บทเพลงสนุกๆและน่ารักๆ
  ABC Song เพลง เอบีซี
ที่มา https://www.youtube.com/watch?v=JEm6Ftxk2y8

  Are You Sleeping เธอกำลังหลับอยู่หรือ

  If You’re Happy and You Know It ถ้าเธอมีความสุข และเธอก็รู้
  Twinkle Twinkle Little Star ดาวระยิบระยับ
 ที่มา https://youtu.be/9HDeEbJyNK8

 Old MacDonald ลุงแม็คโดนัลกับฟาร์มของเขา
 ที่มา https://www.youtube.com/watch?v=36lZMy222Rk&feature=youtu.be
  Incy Wincy Spider แมงมุมลาย
ที่มา https://www.youtube.com/watch?v=MBxeKG7_Hq4&feature=youtu.be

นิทานภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก
  §  Goldilocks and the three bears โกลดิลอคส และหมีสามตัว
§  Little Red Riding Hood หนูน้อยหมวกแดง
§  Jack and the beanstalk แจ๊คผู้ฆ่ายักษ์
§  The Little Mermaid ตำนานรักธิดาสมุทร

2. เทคนิคในการจัดกิจกรรมโดยใช้ภาษาอังกฤษให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กปฐมวัย
       ภาษาอังกฤษสำหรับเด็กอนุบาล
                Jolly Phonics คือ วิธีการสอนภาษาอังกฤษให้เด็กๆ สามารถออกเสียง อ่านออกและเขียนได้ อย่างมีประสิทธิภาพและสนุกสนานกับการเรียนในขณะเดียวกัน ระบบการสอนนี้จะเน้นให้เด็กๆ เรียนรู้เสียงของตัวอักษร ผ่านการแสดงท่าทางด้วยสื่อหลากหลาย เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ของสมองอย่างเป็นระบบ ผลลัพธ์ที่ได้คือ เด็กๆ จะสามารถอ่านออกและเขียนได้ตั้งแต่ยังเล็ก
                เด็กๆ จะได้เรียนรู้เสียงของตัวอักษรต่างๆ ซึ่งสามารถเปล่งเสียงออกมาได้แตกต่างกัน 42 เสียง จากการแสดงท่าทางประกอบเรื่องราวหรือนิทานที่น่าสนใจ ทำให้เด็กๆ สนุกไปกับการเรียนและสามารถจดจำเสียงของตัวอักษรต่างๆ ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ทั้งนี้เด็กๆ ยังจะได้เรียนรู้การผสมเสียงเพื่อสร้างเป็นคำต่างๆ ได้มากมาย  การเรียนด้วยวิธีการนี้จะช่วยพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนของเด็กๆ ได้ในระยะเวลาอันสั้น
สิ่งที่เด็กจะเรียนรู้
                - เรียนรู้การอ่าน เขียน และการออกเสียงผ่านการสอนแบบ Jolly Phonics ที่ทั้งสนุกและมีประสิทธิภาพต่อการกระตุ้นการเรียนรู้ทางภาษาของเด็กอนุบาล
                - ฝึกฝนทักษะการใช้ภาษาอังกฤษอย่างสนุกสนาน ผ่านหลากหลายกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น การเล่นเกมส์ การร้องเพลง หรือการทายคำศัพท์
                - เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ และหลักการใช้ไวยากรณ์ที่ถูกต้องผ่านการฟังนิทานและเรื่องเล่าสำหรับเด็ก
                - สนุกสนานกับการเรียนภาษาอังกฤษในบรรยากาศที่เป็นมิตร เหมาะสมสำหรับการเรียนรู้ของเด็กๆ
ผลจาการเรียนรู้
                - เกิดการพัฒนาทักษะทางการอ่านและการเขียนอย่างเป็นธรรมชาติ
                - ความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นในการสื่อสาร โดยเฉพาะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษ
                - เพิ่มคลังคำศัพท์ให้มากขึ้น สามารถใช้ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษได้อย่างแม่นยำและถูกต้อง

ภาษาอังกฤษสำหรับเด็กอายุ 2 - 6 ปี

            เด็กเรียนรู้อย่างสนุกสนานจนไม่รู้ตัวเลยว่า พวกเขากำลังเรียนภาษาอังกฤษ! ที่ Helen Doron English เราเน้นการกระตุ้นประสาทสัมผัสหลายด้านอย่างเป็นธรรมชาติ เด็กเล็กสามารถซึมซับสำเนียงภาษาอังกฤษ ฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษ และเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น โดยเน้นการเรียนรู้อย่างสนุกสนาน ผ่านเพลง การเคลื่อนไหว เกม รวมถึงการดูแลอย่างทะนุถนอม

Fun with Flupe สำหรับเด็กเล็ก อายุ 2 – 6 ปี

                Fun with Flupe ติดตามเรื่องราวการผจญภัยแสนสนุกของ Paul Ward ซึ่งกระโดดเข้าไปอยู่ในหนังสือนิทานของตัวเอง เพื่อช่วย Granny Fix และ Flupe ซ่อมแซมสิ่งของต่าง ๆ ให้ถูกต้อง ผ่านบทกลอนภาษาอังกฤษที่ลงสัมผัสคำอย่างคล้องจอง เด็กจะได้เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ 660 คำ การออกเสียงที่ถูกต้อง โครงสร้างพื้นฐานของรูปประโยคภาษาอังกฤษ
                เด็กจะได้เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ 660 คำ การออกเสียงที่ถูกต้อง โครงสร้างพื้นฐานของรูปประโยคภาษาอังกฤษ หลักสูตรนี้ประกอบด้วยบทเพลงภาษาอังกฤษ 25 เพลง ในเนื้อหาทั้งหมด 12 ซีรี่ส์
หลักสูตรFun with Flupe เหมาะกับเด็กเล็กที่เพิ่งเริ่มเรียน หรือเป็นหลักสูตรต่อเนื่องจากหลักสูตร Baby’s Best Start.
   
สรุปด้วยตัวเอง
การสอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กปฐมวัยจะต้องเน้นไปที่การเรียนรู้คำศัพท์เป็นเบื้องต้น ทั้งการฟัง การอ่าน และการเขียนควรเริ่มสอนจากสิ่งที่ง่ายๆ อาจสอนจากสิ่งที่เด็กพบเจอในชีวิตประจำวันเป็นประจำให้ ควรสอนให้เด็กรู้สึกสนุกกับการเรียนภาษาอังกฤษ  อย่างไรก็ตามการสอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กปฐมวัยวัยจะต้องจัดให้กิจกรมมที่หลากหลายและมีความสนุกสนานซึ่งจะทำให้เด็กชอบและเรียนรู้ได้ดี

งานชิ้นที่ 2

งานชิ้นที่ 2




ให้นักศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับ

1. หลักการ แนวคิด เกี่ยวกับภาษาอังกฤษสำหรับครูปฐมวัย
2. ความหมาย ประโยชน์ ของภาษาอังกฤษสำหรับครูปฐมวัย
3. ความสำคัญของภาษาอังกฤษสำหรับครูปฐมวัย

1. หลักการ แนวคิด เกี่ยวกับภาษาอังกฤษสำหรับครูปฐมวัย

กีเซล (Gesell)


•  พัฒนาการของเด็กเป็นไปอย่างมีแบบแผนและเป็นขั้นตอน เด็กควรพัฒนาไปตามธรรมชาติไม่ควรเร่งหรือบังคับ


•  การเรียนรู้ของเด็กเกิดขึ้นจากการ การเคลื่อนไหว การใช้ภาษา การปรับตัวเข้าสังคมกับบุคคลรอบข้าง


การปฏิบัติการพัฒนาเด็ก


• จัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ


• ให้เด็กได้เล่นกลางแจ้ง


• จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ ฝึกการใช้มือและ ประสาทสัมพันธ์มือกับตา


• จัดกิจกรรมให้เด็กได้ฟัง ได้พูดท่องคำคล้องจอง ร้องเพลง ฟังนิทาน


• จัดให้เด็กทำกิจกรรมเดี่ยวและกิจกรรมกลุ่ม


ฟรอยด์ (Freud)


ประสบการณ์ในวัยเด็กส่งผลต่อบุคลิกภาพ ของคนเราเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ หากเด็กไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเพียงพอ จะเกิดอาการชะงัก พฤติกรรมถดถอย คับข้องใจส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก


การปฏิบัติการพัฒนาเด็ก


•  ครูเป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งการแสดงออก ท่าทีวาจา


•  จัดกิจกรรมเป็นขั้นตอน จากจ่ายไปหายาก


• จัดสิ่งแวดล้อมที่บ้านและโรงเรียนเพื่อส่งเสริมพัฒนาบุคลิกภาพของเด็ก


 อีริคสัน (Erikson)


• ถ้าเด็กอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เด็กพอใจ ประสบผลสำเร็จ เด็กจะมองโลกในแง่ดี มีความเชื่อมั่นและไว้วางใจผู้อื่น


• ถ้าเด็กอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี ไม่พอใจจะมองโลกในแง่ร้าย ขาดความเชื่อมั่นในตนเองและไม่ไว้วางใจผู้อื่น


การปฏิบัติการพัฒนาเด็ก


•  จัดกิจกรรมให้เด็กได้ประสบผลสำเร็จ พึงพอใจต่อสภาพแวดล้อมของห้องเรียน เพื่อนครู


•  จัดบรรยากาศในห้องเรียน ให้เด็กมีโอกาสสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อสภาพแวดล้อม ครูและเพื่อน ๆ


เพียเจท์ (Piaget)


• พัฒนาการทางด้านเชาว์ปัญญาของเด็กเกิดจากการที่เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัวเด็ก มีการรับรู้จากสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา และมีการปรับขยายประสบการณ์เดิม ความคิดและความเข้าใจให้ขยายมากขึ้น


• พัฒนาการของเด็กปฐมวัย (0 – 6 ปี)


1. ขั้นประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหววัย 0 – 2 ปี เด็กเรียนรู้ทุกอย่างทางประสาทสัมผัสทุกด้าน


2. ขั้นความคิดก่อนปฏิบัติการวัย 2 – 6 ปี เริ่มเรียนภาษาพูดและภาษาท่าทางในการสื่อสารยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง คิดหาเหตุผลไม่ได้จัดหมวดหมู่ได้ตามเกณฑ์ของตนเอง


การปฏิบัติการพัฒนาเด็ก


• จัดกิจกรรมให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัส ทั้ง 5


•  จัดให้เด็กฝึกฝนทักษะ การสังเกต การจำแนก เปรียบเทียบ


• จัดกิจกรรมให้เด็กมีโอกาสคิดหาเหตุผลเลือก และตัดสินใจสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง


• จัดให้เด็กได้เรียนรู้จากสิ่งใกล้ตัวไปสู่เรื่องไกลตัว และมีลักษณะที่เป็นรูปธรรม

2. ความหมาย ประโยชน์ ของภาษาอังกฤษสำหรับครูปฐมวัย

  การศึกษาปฐมวัยหมายถึง

            “การจัดการศึกษาปฐมวัย”  หมายถึง  การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 5 ปี (5  ปี  11 เดือน  29 วัน )  ซึ่งการจัดการศึกษาดังกล่าวจะมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างไปจากระดับอื่น ๆ ทั้งนี้เพราะเด็กในวัยนี้เป็นวัยที่สำคัญต่อการวางรากฐานบุคลิกภาพและการพัฒนาทางสมอง  การจัดการศึกษาสำหรับเด็กในวัยนี้มีชื่อเรียกต่างกันไปหลายชื่อ  ซึ่งแต่ละโปรแกรมก็มีวิธีการและลักษณะในการจัดกิจกรรมซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะช่วยพัฒนาเด็กในรูปแบบต่าง ๆ กันการจัดการศึกษาปฐมวัยควรมีส่วนช่วยให้เด็กเกิดพัฒนาการและการเรียนรู้อย่างเต็มที่  ซึ่งแนวคิดในการจัดการศึกษาสำหรับเด็กในวัยนี้ทุกรูปแบบควรมีส่วนสำคัญดังที่มาสโซเกลีย (Massoglia. 1977 : 3 – 4 )  กล่าวเอาไว้ ดังนี้      1.  เป็นการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กทุกด้าน  นับตั้งแต่แรกเกิดจนถึงเริ่มเข้าเรียนในระดับโรงเรียน            

2.  วางพื้นฐานทางสุขภาพอนามัยให้กับเด็กตั้งแต่ต้นรวมทั้งเด็กที่มีข้อบกพร่องต่าง ๆ            3.  สิ่งแวดล้อมทางบ้านควรมีส่วนช่วยให้เด็กเจริญเติบโต และพัฒนาในทุก ๆ ด้าน            4.  พ่อแม่ควรเป็นครูคนแรกที่มีความสำคัญต่อลูก            5.  อิทธิพลจากทางบ้านควรมีผลต่อกระบวนการในการพัฒนาเด็ก

ประโยชน์ ของภาษาอังกฤษสำหรับครูปฐมวัย           
ประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียนวิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่เราได้ทราบถึงการใช้ภาษาในการพูดและการเขียนและหลักในการใช้คำในการอ่านและการพูด ทำให้สามารถเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เช่น
๑. ทักษะการใช้ภาษา
๒. ลักษณะการใช้ภาษาในการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพ
๓. การอ่าน และการฟัง

3. ความสำคัญของภาษาอังกฤษสำหรับครูปฐมวัย

   ความสำคัญของภาษาอังกฤษภาษาอังกฤษได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตของคนไทย และคนทั่วโลกไปแล้ว มนุษยชาติทุกวันนี้สื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสารกันโดยตรง การใช้อินเตอร์เน็ต การดูทีวี การดูภาพยนตร์ การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์หนังสือคู่มือทางด้านวิชาการต่างๆ ฯลฯ บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาออกมาในปัจจุบัน ถ้ามีความรู้ภาษาอังกฤษทั้งพูดและเขียนเสริมเข้าไปด้วยอีก โอกาสที่จะหางานก็จะไม่จำกัดแค่ในประเทศไทย เท่านั้น ถ้าท่านเป็นคนหนึ่งที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ ท่านคงจะไม่ปฏิเสธได้ถึงสิทธิพิเศษที่ท่านมีเหนือคนอื่นที่ไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ด้วยเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต ทำให้โลกของเราแคบลงไปถนัดตา ทุกวันนี้ท่านสามารถรับรู้ข่าวสาร หรือติดต่อกับเพื่อนต่างชาติได้ภายในเสี้ยววินาที ท่านจะไม่เข้าถึงสิทธิพิเศษเหล่านี้เลย ถ้าท่านไม่รู้ภาษาอังกฤษ ระบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนของไทยหลายท่านอาจจะบอกว่า ประเทศไทยเราก็ให้ความสำคัญกับการเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งนานแล้ว แต่ทำไมคนไทยถึงพูดภาษาอังกฤษสู้คนฟิลิปปินส์ไม่ได้เลย นั่นก็เพราะว่าหลักสูตรภาษาอังกฤษของกระทรวงศึกษาธิการของเรายังไม่ได้เน้นการพูดภาษาอังกฤษ จะเน้นแต่หลักไวยากรณ์ คำแปล และการอ่านเพื่อความเข้าใจและให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เป็นส่วนใหญ่ สิ่งที่จะต้องปรับปรุงอย่างมากในระบบการเรียนภาษาอังกฤษของไทยเราคือ การเน้นการพูดออกเสียง ไม่ว่าจะเป็นการออกเสียงพยัญชนะแต่ละตัว การเน้นเสียงหนักเบา ซึ่งจะต้องมีสื่อช่วยสอนที่เป็นมัลติมีเดีย คือ มีทั้งภาพ เสียง และตัวหนังสือ ให้ด้วย แทนระบบเก่าที่มีแต่ตัวหนังสือเท่านั้น ทำให้การออกเสียงตามคำอ่านที่เขียนในตำราหรือพจนานุกรมที่ผิดๆ เช่นคำว่า cat ในพจนานุกรมอังกฤษไทยจะเขียนคำอ่านเป็น แค้ท ซึ่งแปลมาจากคำอ่านพจนานุกรมอังกฤษเป็นอังกฤษ ทำให้คนไทยเข้าใจว่า ไม่ต้องออกเสียงตัว t ที่อยู่ตอนท้ายด้วย น่าจะเขียนคำอ่านเป็น แค่ท-ถึ (ออกเสียง ถึ เบาๆ) แต่ถ้าเราจัดทำสื่อการเรียนการสอนแบบมัลติมีเดีย เด็กก็จะได้ยินทั้งเสียงที่ถูกต้อง ได้เห็นภาพ และตัวหนังสือด้วย ซึ่งทำได้ไม่ยาก และต้นทุนก็ไม่มาก การเรียนของเด็กก็จะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 สรุปด้วยตัวเอง
  ครูต้องพัฒนาการเด็กเป็นไปตามขั้นตอนให้เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ต้องเร่งร้อนให้เป็นไปตามธรรมชาติของเด็ก ครูต้องจัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการทั้ง4ด้าน จัดบรรยากาศภายในห้องเรียนให้เด็กเกิดความสนใจในการเรียนและเกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้ ที่สำคัญครูจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เด็ก ประโยชน์ ของภาษาอังกฤษสำหรับครูปฐมวัย ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สำคัญมาก การสอนภาษาอังกฤษทำให้เด็กสื่อสารในชีวิตประจำวัน เด็กได้ใช้ทักษาต่างๆ เช่นการฟัง ฟังจากสื่อต่างๆที่ครูสอน หรือ ฟังจากเจ้าของภาษา  การสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กจะสามารถติดต่อสื่อสารกับบุคคลต่างชาติได้และอ่านภาษาต่างประเทศได้   ทำให้เด็กเป็นบุคคลที่มีประสิทธิภาพ ยิ่งตอนนี้เข้าอาเซียนแล้วภาษาอังกฤษจึงเป็นสิ่งคำคัญในการเรียนรู้

อ้างอิง
http://patiphan451.blogspot.com/
http://amonrat220.blogspot.com/2016/05/1.html
 http://pratumwai53.blogspot.com/2012/12/blog-post_28.html
https://sites.google.com/site/krujitpisut/khwam-sakhay-khxng-phasa-xangkvs

งานชิ้นที่ 4 (แฟ้มสะสมงาน) ให้นักศึกษาสะสมงานที่ทำแต่ละสัปดาห์ โดยแจ้ง 1. เนื้อหา/กิจกรรม ที่ทำในสัปดาห์นั้น ๆ 2. ทักษะที่ได้/คว...